ชาติไทยพัฒนา ชี้ทุกฝ่ายต้องหาทางออกร่วมปมรูปแบบบัตรเลือกตั้ง หวั่นบัตรผีโผล่ แนะทางออกตีตราทำรันนิ่งนัมเบอร์เหมือนแบงค์ "โฆษกพท."วอนกกต.ยืนอยู่บนหลักการ

อาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 เวลา 10.28 น.

 

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอบัตรเลือกตั้งที่จะตัดชื่อและโลโก้พรรคการเมืองออกไป ว่า เรื่องนี้เราต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นกฎหมายที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย ที่ไม่ได้กำหนดเบอร์บัตร ไม่มีเบอร์พรรค เบอร์ตามคนสมัคร ทำให้ 350 เขตมี 350 แบบ จึงจะรู้เบอร์ได้ก็ต่อเมื่อผู้สมัครในแต่ละเขตสมัครกันเรียบร้อยแล้ว จึงจะทำให้แต่ละเขตเบอร์ของผู้สมัครและพรรคการเมืองจะไม่เหมือนกัน แสดงว่าจะมีทั้งหมด 350 แบบใน 350 เขต เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขตไหนสมัครกี่คนกี่พรรค ดังนั้นการพิมพ์บัตรแต่ละเขตจึงไม่เหมือนกันเลยทั้งประเทศ ซึ่งปัญหาจะมีต่อเนื่องไปถึงการลงคะแนนในต่างประเทศ ก็จะเกิดความสับสนยุ่งยาก เนื่องจากบัตรจะมั่วไปหมดเพราะผู้มาใช้สิทธิแต่ละคนอยู่คนละเขต ส่วนวิธ

"ส่วนวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว คงยากเพราะต้องแก้กฎหมายที่เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ ซึ่งอาจจะแก้ไม่ได้" นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวต่อว่า ปัญหาที่จะตามมาคือผู้ใช้สิทธิทุกคนต้องจำเบอร์ผู้สมัครของตัวเองให้ได้ แล้วไปดูที่ป้ายหน้าคูหาอย่างเดียว อย่างไรก็ตามปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากคือถ้าจะมีการโกงกัน คือการนำบัตรอีกเขตหนึ่งคล่อมไปไว้อีกเขตหนึ่งก็เหมือนกันไปหมด เพราะถ้ามีการพิมพ์ซ้ำบัตรเลือกตั้งไม่มีทางรู้ได้เลย แล้วยิ่งเหมือนสมัยก่อนที่มีการโกงกันนั้น ก็จะเป็นบัตรผีเอาไปสลับกับบัตรจริง ซึ่งจะไม่มีโอกาสรู้ได้เลย ในประเด็นนี้ขอเสนอทางออกให้มีการพิมพ์รันนิ่งนัมเบอร์ เหมือนแบงค์ทั่วประเทศ และอาจจะมีลายน้ำหรือมีสัญลักษณ์อะไรที่ปลอมไม่ได้ด้วย แล้วในแต่ละเขตเลือกตั้งก็รับบัตรลงคะแนนไปโดยมีโค้ดนัมเบอร์ แต่ห้ามเช็กว่าคนคนไหนเอาบัตรนัมเบอร์อะไรไปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะรู้ว่าคนนี้เบอร์นี้กาอะไร ซึ่งผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามวิธีดังกล่าวคงพอจะช่วยป้องกันบัตรปลอม หรือบัตรข้ามเขตได้ ทั้งนี้เราต้องมองเรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงข้อกฎหมายแล้วช่วยกันคิดช่วยกันหาทางออก ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะเข้าทางตัน

“ปัญหานี้เป็นปัญหาในเชิงข้อกฎหมายที่สลับซับซ้อนมาก สมควรที่ทุกฝ่ายจะต้องมาพูดคุยกันว่าควรจะหาทางออกกันอย่างไร อย่างน้อยตอนนี้ปัญหาคือเกิดความกังวลว่าจะมีบัตรผีหรือเปล่า กามาแล้วแล้วเอาไปอยู่เขตไหนก็ได้ ในที่สุดจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง จะกลายเป็นการเลือกตั้งที่ลำบากมาก แล้วพอผลการเลือกตั้งออกมาจะถูกไม่เชื่อเพราะถูกมองว่าอาจจะโกงกันก็ได้ หรือถ้าไม่โกง ก็ทำให้การเชื่อถือต่อการเลือกตั้งในอนาคตไม่มี ทำให้ผู้สมัครก็ลำบาก พรรคการเมืองเองก็ลำบาก สำคัญคือประชาชนก็ลำบาก ดังนั้นต้องหันหน้ามาคุยกันแล้วช่วยกันคิดต่อปัญหาน่าปวดหัวนี้” นายนิกร กล่าว

 

 

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สะท้อนให้เห็นถึงการตั้งกติกาที่เอาเปรียบพรรคการเมือง สร้างความสับสนให้กับประชาชน  และเป็นการกระทำที่ผิดหลักการสากลทั่วไป  เพราะประเทศส่วนใหญ่ในโลกจะออกแบบบัตรเลือกตั้งให้ผู้มาใช้สิทธิเข้าใจง่าย คนอ่านหนังสือไม่ได้ก็จะมีโลโก้ที่เป็นภาพชัดๆ ให้สังเกตแทน เพื่อที่จะได้เลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ต้องการเข้าไปบริหารประเทศ เป็นการส่งเสริมระบบพรรคการเมืองให้เข้มแข็งจนเป็นสถาบันพัฒนาประเทศชาติ แต่ประเทศไทยกลับจะทำให้คนสับสน ชื่อพรรคกับผู้แทนระบบแบ่งเขตก็มั่วไปหมด ปรับให้เป็นเบอร์เดียวกัน และสุดท้ายก็จะเอามาอ้างเรื่องคะแนนเสียง กาบัตรเสีย กาผิดพรรค

นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญตามที่นักการเมือง นักวิชาการ ตลอดจนนักกฎหมายหลายๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้หรือไม่ และการกระทำเช่นนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ากลัวจะแพ้การเลือกตั้ง ถึงขนาดต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชิงความได้เปรียบนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆหรือไม่

“อยากเรียกร้องให้กกต.ในฐานะผู้ดูแลการเลือกตั้ง  ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และยืนอยู่บนหลักการ เพราะชื่อพรรคหรือโลโก้ของพรรคเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นสาระสำคัญในการกาบัตรเพื่อใช้สิทธิของประชาชน หากบัตรเลือกตั้งที่ออกมาไม่สมบูรณ์ก็จะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นได้”  นางลดาวัลลิ์กล่าว

 

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/politics/681557