ชทพ. หวั่นปมบัตรเลือกตั้ง ไร้ทางออก ชี้เหตุ รธน.กำหนด เชื่อบัตรผีโผล่แน่ แนะทำรันนิ่งนัมเบอร์เหมือนแบ้งค์ แนะ ถก กกต.-พรรคการเมือง ช่วยกันหาทางออก

 

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงข้อเสนอนายกฯบัตรเลือกตั้งจะตัดชื่อและโลโก้พรรคการเมืองออกว่า เรื่องนี้เราต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นกฎหมายที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นปัญหาในข้อกฎหมายเรื่องวันเวลา ไม่มี เบอร์บัตรไม่มีเบอร์พรรค เบอร์ตามคนสมัคร ทำให้ 350 เขตมี 350 แบบ จึงจะรู้เบอร์ได้ก็ต่อเมื่อผู้สมัครในแต่ละเขตสมัครกันเรียบร้อยแล้ว จึงจะทำให้แต่ละเขตเบอร์ของผู้สมัครและพรรคการเมืองจะไม่เหมือนกัน แสดงว่าจะมีทั้งหมด 350 แบบใน 350 เขต เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าเขตไหนสมัครกี่คนกี่พรรค ดังนั้นการพิมพ์บัตรแต่ละเขตจึงไม่เหมือนกันเลยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องไปถึงการลงคะแนนในต่างประเทศ ก็จะเกิดความสับสนยุ่งยาก เนื่องจากบัตรจะมั่วไปหมดเพราะผู้มาใช้สิทธิ์แต่ละคนอยู่คนละเขต

ผู้สื่อข่าวถามว่าอย่างนี้จะแก้ไขอย่างไร นายนิกร กล่าวว่า ยาก เพราะต้องแก้กฎหมาย และเป็นกฎหมายและรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำจึงจะแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผู้ใช้สิทธิ์ทุกคนต้องจำเบอร์ผู้สมัครของตัวเองให้ได้ แล้วไปดูที่ป้ายหน้าคูหาอย่างเดียว อย่างไรก็ตามปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากคือถ้าจะมีการโกงกัน คือการนำบัตรอีกเขตหนึ่งคล่อมไปไว้อีกเขตหนึ่งก็เหมือนกันไปหมด เพราะถ้ามีการพิมพ์ซ้ำบัตรเลือกตั้งไม่มีทางรู้ได้เลย แล้วยิ่งถ้ากามาเป็นเขตอีกชุดหนึ่งเหมือนสมัยก่อนที่มีการโกงกันนั้น ก็จะเป็นบัตรผีเอาไปสลับกับบัตรจริง ก็จะไม่มีโอกาสรู้ได้เลย

นายนิกร กล่าวว่า ขอเสนอทางออกให้มีการพิมพ์รันนิ่งนัมเบอร์ เหมือนแบงค์ทั่วประเทศ และอาจจะมีลายน้ำหรือมีสัญลักษณ์อะไรที่ปลอมไม่ได้ด้วย แล้วในแต่ละเขตเลือกตั้งก็รับบัตรลงคะแนนไปโดยมีโค้ดนัมเบอร์ แต่ห้ามเช็คว่าคนไหนเอาบัตรนัมเบอร์อะไรไปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะรู้ว่าคนนี้กาเบอร์อะไร ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะช่วยป้องกันบัตรปลอม หรือบัตรข้ามเขตได้ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงข้อกฎหมายต้องช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออก ทั้งพรรคการเมือง กกต.ไม่เช่นนั้นจะเข้าทางตัน

“ปัญหานี้เป็นปัญหาในเชิงข้อกฎหมายที่สลับซับซ้อนมาก สมควรที่ทุกฝ่ายจะต้องมาพูดคุยกันว่าควรจะหาทางออกกันอย่างไร อย่างน้อยตอนนี้ปัญหาคือเกิดความกังวลว่าจะมีบัตรผีหรือเปล่ากามาแล้วๆเอาไปอยู่เขตไหนก็ได้ แล้วในที่สุดจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง จะกลายเป็นการเลือกตั้งที่ลำบากมาก แล้วพอผลการเลือกตั้งออกมาถูกมองว่าอาจจะโกงกันก็ได้ หรือถ้าไม่โกง ก็ทำให้การเชื่อถือต่อการเลือกตั้งในอนาคตไม่มี ทำให้ผู้สมัคร พรรคการเมืองเองก็ลำบาก สำคัญคือประชาชนก็ลำบาก ดังนั้นต้องหันหน้ามาคุยกันแล้วช่วยกันคิดต่อปัญหาน่าปวดหัวนี้” นายนิกร กล่าว

 

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://siamrath.co.th/n/56391